Program Chanel Injection NCTF® 135 HA
โปรแกรมงานผิวที่ต่อยอดจากชื่อ “Chanel Injection” ซึ่งเป็นชื่อที่คนไทยคุ้นเคย โดยเลือกใช้ NCTF® 135 HA สูตรจากประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นต้นตำรัับ เพื่อดูแล Skin Quality แบบรอบด้าน ตั้งแต่ความชุ่มชื้น ความเรียบเนียนความสดใส ริ้วรอยตื้น ไปจนถึงคุณภาพผิวบริเวณรอบดวงตา โดยยังคงเอกลักษณ์และโครงสร้างใบหน้าตามธรรมชาติ
บางครั้งสิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูสดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเปลี่ยนรูปหน้า หรือการเติมวอลลุ่มเสมอไป รายละเอียดเล็ก ๆ ของผิวอย่างความชุ่มชื้น ความเรียบของพื้นผิว ความสดใส ริ้วเล็ก ๆ และความดูพักผ่อนของบริเวณรอบดวงตา สามารถสร้างความแตกต่างให้กับภาพรวมของใบหน้าได้มากกว่าที่หลายคนคิด
BAC จึงวาง Program Chanel Injection ไว้ในกลุ่ม Skin Quality Program โดยมีเป้าหมายหลักคือการดูแล “พื้นฐานของผิว” ให้ดูสมดุล ละเอียด และสดใสขึ้น แทนที่จะเปลี่ยนรูปทรงหรือโครงสร้างของใบหน้า
โปรแกรม NCTF® 135 HA (Real Chanel) ถูกเลือกสำหรับแนวคิดนี้เพราะเป็นสูตร Polyrevitalisation ที่รวม Hyaluronic Acid เข้ากับสารฟื้นบำรุงผิวหลายกลุ่ม ในผลิตภัณฑ์เดียว ทำให้สามารถออกแบบ Session สำหรับทั้ง Full Face และพื้นที่ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ เช่นบริเวณรอบดวงตาได้
เราชอบคำว่า “Refined Skin Quality” มากกว่าคำว่า “ผิววาว” เพราะงานผิวที่ดีสำหรับ BAC ไม่ได้หมายถึงผิวต้องเงาที่สุด แต่ควรดูชุ่มชื้นพอดี texture ดูนุ่มขึ้น ผิวดูสะอาดตา และยังคงดูเป็นผิวจริงของแต่ละคน
หากย้อนกลับไปในช่วงที่โปรแกรมฉีดบำรุงผิวจากฝรั่งเศสเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทย ชื่อ NCTF เป็นหนึ่งในสูตรที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และในตลาดความงามไทยเกิดชื่อเรียกติดปากอย่าง “ฉีดชาแนล” หรือ “Chanel Injection” เพื่อสื่อถึงงานผิวที่ดูละเอียด ฉ่ำ สดใส และได้รับการบำรุงจากภายในผิว
ผลิตภัณฑ์ที่ BAC ใช้ในโปรแกรมนี้คือ NCTF® 135 HA สูตรจากประเทศฝรั่งเศส โดยกำหนดปริมาณ 3 mL ต่อหนึ่ง Session เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลหลายบริเวณของใบหน้าได้อย่างสมดุล
Program Chanel Injection ที่ BAC คืออะไร?
เป็นโปรแกรม Skin Revitalisation ที่ใช้ NCTF® 135 HA สำหรับดูแลคุณภาพผิวในหลายมิติ ทั้งความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน ผิวหมองล้า ริ้วรอยตื้น และบริเวณผิวบางอย่างรอบดวงตา โดยจุดมุ่งหมายไม่ใช่การเพิ่มวอลลุ่มหรือเปลี่ยนโครงหน้า แต่เป็นการทำให้พื้นฐานของผิวดูได้รับการดูแลมากขึ้น
แนวคิดนี้แตกต่างจากการใช้ Dermal Filler ซึ่งมักถูกเลือกเพื่อเสริมปริมาตรหรือปรับ contour เพราะ NCTF® 135 HA ถูกนำมาใช้ในบทบาทของ Skin Quality / Skin Revitalisation จึงเหมาะกับคนที่พอใจกับรูปหน้าอยู่แล้ว แต่รู้สึกว่าผิวเริ่มแห้ง หมอง texture ไม่ละเอียดเหมือนเดิม หรือบริเวณใต้ตาเริ่มดูเหนื่อยจากความแห้งและริ้วเล็ก ๆ
หลายคนเข้ามาปรึกษา BAC Clinic พร้อมประโยคว่า “ไม่ได้อยากเปลี่ยนหน้า แค่อยากให้ผิวดูดีขึ้น” ซึ่งเป็นโจทย์ที่ตรงกับโปรแกรมนี้อย่างชัดเจน
หนึ่ง Session ใช้ 3 mL
สามารถเลือกได้ทั้งการทำครั้งเดียวเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว หรือเลือกเป็นคอร์ส 3 และ 5 ครั้ง สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวอย่างต่อเนื่อง
ทำไมบางคนยังเรียกว่า Filorga NCTF?
FILLMED NCTF® 135 HA คือสูตร Skin Revitalisation จากฝรั่งเศส ที่หลายคนอาจคุ้นเคยในชื่อเดิมว่า Filorga NCTF เนื่องจากเดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ Filorga Medical ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อ FILLMED ในปัจจุบัน
แม้ชื่อแบรนด์จะเปลี่ยนไป แต่ NCTF® ยังคงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของแบรนด์ และสำหรับโปรแกรมของ BAC เราใช้ชื่อปัจจุบันว่า FILLMED NCTF® 135 HA เพื่อให้ข้อมูลชัดเจนและตรงกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบัน
คำว่า “Chanel Injection” จึงถูกใช้เป็นชื่อของโปรแกรม ซึ่งเป็นคำที่ผู้รับบริการในประเทศไทยคุ้นเคย ขณะที่ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงคือ NCTF® 135 HA
Hyaluronic Acid + 59 Revitalizing Ingredients
ความโดดเด่นของสูตรอยู่ที่การรวม HA เข้ากับ Polyrevitalising Complex เพื่อดูแลคุณภาพผิวมากกว่าหนึ่งมิติใน Session เดียว
Hyaluronic Acid
ช่วยสนับสนุนสภาวะความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวที่ขาดน้ำดูนุ่ม อิ่ม และมี surface ที่ดูเรียบขึ้น โดย NCTF ใช้ HA ในแนวทางของ Skin Quality ไม่ใช่เพื่อสร้างวอลลุ่มแบบ Dermal Filler
Vitamins
กลุ่มวิตามินถูกนำมาใช้ในสูตร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม สำหรับการดูแลผิวและการทำงานของเซลล์ผิว
Amino Acids
กรดอะมิโนเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างโปรตีนหลายชนิดในร่างกาย และเป็นอีกกลุ่มสำคัญในสูตร NCTF
Minerals
แร่ธาตุหลายชนิดทำงานเป็น Cofactor ในกระบวนการชีวภาพ จึงถูกนำมารวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของ Polyrevitalising Complex
Coenzymes
Coenzymes เป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Metabolic Pathways หลายชนิด และเป็นหนึ่งในกลุ่มส่วนประกอบของสูตร
Additional Revitalising Components
สูตรยังมีองค์ประกอบกลุ่มอื่น ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมแนวคิด Polyrevitalisation และ Skin Quality อย่างเป็นระบบ
mL per Session
BAC ใช้หนึ่งขวดต่อ Session จึงสามารถวางแผนกระจายผลิตภัณฑ์ ตามบริเวณที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม
หนึ่งโปรแกรม หลายมิติของผิว
แทนที่จะเน้นคุณสมบัติเพียงข้อเดียว Program Chanel Injection ถูกออกแบบให้ดูแลภาพรวมของ Skin Quality โดยสามารถเลือก focus ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน
Deep Hydration
เหมาะกับผิวที่รู้สึกแห้งหรือขาดน้ำ รวมถึงคนที่รู้สึกว่าผิวดูโทรม แม้จะใช้ Moisturizer เป็นประจำ เป้าหมายคือทำให้ภาพรวมของผิวดูชุ่มชื้น นุ่ม และสดขึ้น
Under-Eye Radiance
บริเวณรอบดวงตาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ BAC ให้ความสำคัญในโปรแกรมนี้ โดยเฉพาะคนที่มีผิวใต้ตาแห้ง texture ไม่ละเอียด หรือมีริ้วเล็ก ๆ จากสภาพผิว
Smoother Skin Texture
เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นและดูสมดุลมากขึ้น พื้นผิวโดยรวมสามารถดูละเอียด และสะท้อนแสงได้สม่ำเสมอขึ้น ช่วยให้ลุคของผิวดูสะอาดตา
Fine Lines
เหมาะกับการดูแลริ้วเล็ก ๆ ที่สัมพันธ์กับความแห้งและคุณภาพผิว โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบาง เช่นรอบดวงตา แก้ม และรอบปาก
Healthy Glow
เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ผิวมันหรือเงา แต่ช่วยให้ผิวที่เคยดูแห้ง หมอง หรืออ่อนล้า กลับมาดูมีความสดใส และมี reflection ของผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ
Overall Skin Quality
เหมาะกับคนที่ต้องการพัฒนาคุณภาพผิวโดยรวม มากกว่าการแก้ไขตำแหน่งเดียว โดยแพทย์สามารถปรับการกระจายตัวยา ของผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับจุดที่ต้องการเน้น
ใต้ตาเป็นหนึ่งใน บริเวณที่น่าสนใจ ของโปรแกรมนี้
บริเวณรอบดวงตาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากการนำ Skin Quality Program มาใช้ เพราะเป็นบริเวณที่ความแห้งและริ้วเล็ก ๆ มองเห็นได้ง่าย
Under-Eye Skin Quality
ผิวใต้ตามีความบางและมีลักษณะเฉพาะ เมื่อผิวบริเวณนี้ขาดน้ำหรือ texture ไม่สม่ำเสมอ แสงจะตกกระทบแตกต่างจากบริเวณแก้ม ทำให้ใต้ตาดูเหนื่อยได้ง่าย แม้ไม่ได้มีถุงใต้ตาหรือร่องลึกมาก
การดูแล Skin Quality บริเวณรอบดวงตา จึงมีเป้าหมายแตกต่างจากการเติมฟิลเลอร์ร่องใต้ตา (Tear Trough Filler) เพราะเราไม่ได้พยายามสร้าง volume แต่เน้น hydration, fine texture และความละเอียดของผิว
- ผิวใต้ตาแห้ง
- ริ้วเล็ก ๆ รอบดวงตา
- Concealer ตกร่องจากความแห้ง
- ผิวใต้ตาดูไม่สดใส
- ต้องการดูแลใต้ตาโดยไม่เน้นการเพิ่มวอลลุ่ม
ไม่ได้มีไว้สำหรับใต้ตาเท่านั้น
โปรแกรม NCTF® 135 HA สามารถถูกวางแผนสำหรับพื้นที่อื่นร่วมด้วย เพื่อให้ภาพรวมของใบหน้าดูกลมกลืน
ตัวอย่างเช่น ต้องการเน้นใต้ตาและแก้มส่วนกลาง ขณะที่บางคนอาจต้องการเน้นแก้ม รอบปาก และบริเวณที่ผิวดูแห้ง ดังนั้นการกระจายตัวยา จึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน
บริเวณที่สามารถทำได้
- รอบดวงตา
- แก้มส่วนกลาง
- หน้าผาก
- รอบปาก
- กรอบหน้า
- ลำคอ
- เนินอก
- หลังมือ
3 mL ที่สามารถออกแบบ ให้เหมาะกับผิวแต่ละคน
หนึ่งในจุดที่ BAC ให้ความสำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความชุ่มชื้น ความละเอียด และริ้วเล็ก ๆ บริเวณใต้ตา
พื้นที่แก้มมีผลต่อภาพรวมของ Skin Glow เมื่อผิวดูสมดุลและเรียบขึ้น ใบหน้ามักดูสดและมีสุขภาพดีขึ้น
เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าผิวหน้าผากแห้ง หรือมี texture และริ้วตื้นที่ต้องการการดูแล
ผิวรอบริมฝีปากสามารถเกิดความแห้ง และริ้วเล็ก ๆ ได้ง่าย จึงเป็นอีกพื้นที่ที่สามารถพิจารณาได้
ลำคอเป็นบริเวณที่ผิวบาง และหลายคนเริ่มสังเกตเห็น texture หรือริ้วตื้นก่อนบริเวณอื่น
ในเคสที่เหมาะสมสามารถพูดคุยกับแพทย์ เกี่ยวกับการดูแลเนินอกหรือหลังมือ ซึ่งเป็นบริเวณที่แสดงสภาพผิวได้ชัด
ทำครั้งเดียวได้ แต่การทำเป็นคอร์สช่วยให้ Skin Journey ชัดขึ้น
มีทั้ง 1 Session, 3 Sessions และ 5 Sessions เพื่อให้เลือกตามเป้าหมายและระยะเวลาที่มี โดย Full Course 5 ครั้งเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลต่อเนื่องตามโครงโปรโตคอล
5 Sessions
3 ครั้งแรกห่างกันประมาณ 15 วัน จากนั้นครั้งที่ 4 และ 5 ห่างจากครั้งก่อนประมาณ 1 เดือน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวาง Skin Quality Plan เป็นระยะประมาณ 3 เดือน แทนการบูสต์เพียง Session เดียว
3 Sessions
สำหรับโปรแกรม 3 ครั้ง BAC สามารถวางเป็นช่วงเริ่มต้นของ Full Course โดยนัดประมาณ Day 0 → Day 15 → Day 30
เหมาะกับคนที่มีเวลาไม่ถึง 3 เดือน หรือต้องการเริ่มจากคอร์สที่สั้นกว่า
ประเมินผิวและเริ่ม Session แรก
Session ที่ 2 ห่างประมาณ 15 วัน
Session ที่ 3 และประเมิน Skin Response
Session ที่ 4 หลังจากพักประมาณ 1 เดือน
Session ที่ 5 และประเมินภาพรวมของคอร์ส
เลือกคอร์สตาม Skin Goal ของคุณ
ทุก Session ใช้ NCTF® 135 HA ขนาด 3 mL
1 ครั้ง • 3 mL
- NCTF® 135 HA 3 mL
- เหมาะสำหรับทดลองโปรแกรม
- เน้น Hydration และ Skin Refresh
- สามารถออกแบบ Focus Area ได้
3 ครั้ง • รวม 9 mL
- 3 mL ต่อครั้ง
- รวมทั้งคอร์ส 9 mL
- Day 0 / Day 15 / Day 30
- เฉลี่ยประมาณ 7,967 บาทต่อครั้ง
5 ครั้ง • รวม 15 mL
- 3 mL ต่อครั้ง
- รวมทั้งคอร์ส 15 mL
- Day 0 / 15 / 30 / 60 / 90
- เฉลี่ย 6,580 บาทต่อครั้ง
- เหมาะกับ Continuous Skin Quality Plan
ทำไมเราถึงชอบ การวางแผนแบบต่อเนื่อง
Skin Quality ไม่ได้มีเพียงมิติเดียว การทำเป็นคอร์สจึงเปิดโอกาสให้ติดตามว่าผิวตอบสนองอย่างไร และปรับ focus ของแต่ละ Session ตามสิ่งที่เห็นจริง
Start
เริ่มต้นจากการประเมิน Hydration, Texture และ Area ที่ต้องการเน้น เพื่อวาง Distribution ของ 3 mL
Hydration
ติดตามความรู้สึกของผิวหลัง Session แรก โดยเฉพาะความแห้ง การแต่งหน้า และบริเวณใต้ตา
Refine
เมื่อเข้าสู่ Session ที่ 3 สามารถประเมินได้ว่าพื้นที่ใดควรได้รับ emphasis เพิ่ม
Continue
เว้นช่วงประมาณหนึ่งเดือน ก่อนเข้าสู่ช่วงต่อเนื่องของ Full Course
Review
Session สุดท้ายเป็นช่วงที่เหมาะกับการดูภาพรวม และวางแผนการดูแลต่อในอนาคต
คำว่า Glow ถูกใช้บ่อยมากในงานผิว จนบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจว่าผิวที่ดีต้องดูเงาหรือฉ่ำที่สุด แต่เรามอง Skin Glow ในอีกแบบหนึ่ง เราอยากให้ผิวมีความชุ่มชื้นพอดี มี texture ที่ดูสะอาด และสะท้อนแสงได้สม่ำเสมอ
เมื่อผิวขาดน้ำ บริเวณบางจุดอาจดูด้าน ขณะที่บางจุดอาจผลิตความมันเพิ่ม ทำให้ finish ของผิวไม่สม่ำเสมอ และเมคอัพมีโอกาสตกร่องหรือเป็นคราบง่าย
การดูแล Hydration ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่เรื่องของความฉ่ำเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของผิว surface texture และภาพรวมเมื่อแสงตกกระทบใบหน้า
สำหรับคนที่แต่งหน้า
คนที่ใช้รองพื้นหรือ Concealer เป็นประจำ อาจสังเกตสภาพผิวได้ชัดมาก โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ข้างจมูก แก้ม และรอบปาก ซึ่งเป็นบริเวณที่ผลิตภัณฑ์ Makeup มักเกาะบนผิวแห้งหรือริ้วเล็ก ๆ
เมื่อพื้นฐานผิวดูสมดุลขึ้น เมคอัพมักดูสะอาดขึ้น และอาจไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์จำนวนมากเพื่อสร้างลุค Glow
สำหรับคนที่ไม่แต่งหน้า
Skin Texture และ Hydration ยิ่งสำคัญ เพราะไม่มี Foundation หรือ Highlighter เข้ามาช่วยปรับ Finish คุณภาพของผิวจริงจึงเป็นสิ่งที่มองเห็นโดยตรง
Program Chanel Injection จึงสามารถเข้ากับทั้งคนที่ชอบ Make-up Look และคนที่ต้องการ Natural Skin เพราะเป้าหมายอยู่ที่การดูแลพื้นฐานของผิว ไม่ใช่การสร้างเอฟเฟกต์ที่ต้องพึ่งเครื่องสำอาง
Hydration • Eye Area • Texture • Fine Lines • Glow
คือ 5 หัวข้อหลักที่แพทย์จะพิจารณา เพื่อช่วยกำหนดว่าจะให้น้ำหนักกับส่วนใดมากที่สุดในแต่ละ Session
ถ้าคุณไม่ได้อยากเปลี่ยนหน้า แต่อยากให้ ผิวดูดีขึ้น
ผิวแห้ง / ขาดน้ำ
คนที่รู้สึกว่าผิวไม่อิ่ม มีความตึงหลังล้างหน้า หรือแต่งหน้าแล้วเห็นจุดแห้งง่าย
Under-Eye Texture
คนที่ต้องการดูแลความละเอียด และความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตา โดยไม่เน้นการเพิ่ม volume
ผิวหมองล้า
เหมาะกับคนทำงานหนัก เดินทางบ่อย พักผ่อนน้อย หรือรู้สึกว่าผิวดูไม่สดเหมือนเดิม
Fine Lines
ริ้วเล็ก ๆ บนผิวที่เห็นชัดขึ้นเมื่อผิวแห้ง โดยเฉพาะรอบตา หน้าผากและรอบปาก
Skin Texture
สำหรับคนที่รู้สึกว่าผิวไม่ละเอียด แต่งหน้าไม่เรียบ หรืออยากให้ผิวดูละเอียดมากขึ้น
Natural Result
คนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนสัดส่วนใบหน้า แต่อยากให้คนรอบตัวรู้สึกว่า ผิวดูสดและได้รับการดูแล
ขั้นตอน Program Chanel Injection ที่ BAC Clinic
Consultation
พูดคุยเป้าหมาย ประวัติการรักษา และบริเวณที่อยากเน้น
Skin Assessment
ประเมิน Hydration, Texture, Fine Lines และบริเวณรอบดวงตา
Preparation
ทำความสะอาดผิว เตรียมบริเวณที่จะทำ และใช้ยาชาตามความเหมาะสม
3 mL Treatment
แพทย์กระจายผลิตภัณฑ์ตามบริเวณ และ Technique ที่เหมาะกับแต่ละเคส
Aftercare
รับคำแนะนำหลังทำ และนัด Session ต่อไป ตาม Course ที่เลือก
ดูแลผิวให้พร้อม ก่อนและหลังฉีด
ก่อนรับบริการ
- แจ้งประวัติแพ้ยา แพ้ผลิตภัณฑ์ หรือการแพ้รุนแรง
- แจ้งยาประจำและอาหารเสริมที่กำลังรับประทาน
- แจ้งหากอยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- แจ้งประวัติโรคภูมิคุ้มกันหรือโรคประจำตัวที่สำคัญ
- หากมีผื่น แผล เริม หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน
- หลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิวอย่างรุนแรงก่อนวันทำ
หลังรับบริการ
- ไม่กด นวด หรือแกะบริเวณจุดฉีดโดยไม่จำเป็น
- ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด Sauna และกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วงแรก
- หลีกเลี่ยง Scrub, Retinoid และ Acid จนกว่าผิวจะสงบ
- ใช้ Moisturizer ที่อ่อนโยนและ Sunscreen สม่ำเสมอ
- อาจมีรอยแดง ตุ่มเล็ก บวม หรือรอยช้ำชั่วคราวหลังฉีด
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ NCTF® 135 HA ต่างจาก Filler อย่างไร เพราะทั้งสองกลุ่มสามารถมี Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบได้
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ วัตถุประสงค์ และ ลักษณะของผลิตภัณฑ์ Dermal Filler ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยเรื่อง Volume, Projection และ Structure หรือการเติมเต็ม เพิ่มมิติ และปรับโครงสร้างของใบหน้า ในขณะที่ NCTF® 135 HA เน้นแนวทาง Skin Revitalisation และ Skin Quality หรือการฟื้นบำรุงและยกระดับคุณภาพผิว ให้ผิวดูชุ่มชื้น เรียบเนียน สดใส และมีสุขภาพดีขึ้น
ดังนั้น หากปัญหาหลักคือ ร่องใต้ตาลึกจาก Volume Loss หรือการสูญเสียปริมาตร แพทย์อาจพิจารณาวิธีที่เน้นการเติมเต็มหรือพยุงโครงสร้างมากกว่า แต่ถ้าปัญหาหลักคือ ผิวใต้ตาแห้ง มี Fine Lines และต้องการให้ Skin Finish ดูสดใส เรียบเนียน และชุ่มชื้นขึ้น โปรแกรม NCTF® 135 HA สามารถเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่นำมาพิจารณาได้ค่ะ
หลักเดียวกันใช้กับ Full Face เพราะคนที่มีปัญหา Skin Texture ไม่จำเป็นต้องเติม Filler และคนที่ต้องการแก้ Structure ก็ไม่ควรคาดหวังว่า Skin Booster จะทำงานเหมือน Structural Filler
จำง่ายๆ
Filler: เน้น Shape / Volume / Structure
NCTF Skin Quality Program: เน้น Hydration (ความชุ่มชื้น) / Texture (ความเรียบเนียนของผิว) / Fine Lines (ริ้วรอยเล็ก ๆ) / Radiance (ความสดใส เปล่งประกาย) / Under-Eye Skin Quality (คุณภาพผิวบริเวณใต้ตา)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Program Chanel Injection
ฉีดชาแนลคืออะไร?
เป็นชื่อที่คนในตลาดความงามไทยใช้เรียกโปรแกรมฉีดบำรุงผิวในกลุ่ม NCTF โดยที่ BAC ใช้ NCTF® 135 HA เพื่อดูแล Skin Quality เช่น Hydration, Texture, Fine Lines และ Under-Eye Skin Quality
NCTF® 135 HA มาจากประเทศอะไร?
สูตร NCTF® 135 HA มาจากประเทศฝรั่งเศส และจัดอยู่ในกลุ่ม Skin Revitalisation / Polyrevitalisation หรือโปรแกรมฟื้นบำรุงและยกระดับคุณภาพผิวแบบองค์รวมค่ะ
หนึ่งครั้งใช้กี่ mL?
ที่ BAC Program Chanel Injection ใช้ขนาด 3 mL ต่อหนึ่ง Session
ราคาเท่าไร?
1 ครั้ง 3 mL ราคา 8,900 บาท, 3 ครั้งรวม 9 mL ราคา 23,900 บาท และ Full Course 5 ครั้งรวม 15 mL ราคา 32,900 บาท
ถ้าซื้อคอร์ส 3 ครั้ง ต้องเว้นกี่วัน?
โปรแกรม 3 ครั้งสามารถวางเป็น Day 0, Day 15 และ Day 30 หรือประมาณทุก 15 วัน โดยแพทย์สามารถปรับวันนัดให้เหมาะกับสภาพผิวและตารางของผู้รับบริการ
คอร์ส 5 ครั้งทำอย่างไร?
โครง Full Course คือ Day 0 → Day 15 → Day 30 → Day 60 → Day 90 หรือ 3 ครั้งแรกห่างประมาณ 15 วัน แล้วอีก 2 ครั้งห่างกันประมาณ 1 เดือน
เน้นฉีดใต้ตาได้ไหม?
ได้ในเคสที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม โดย BAC มองบริเวณใต้ตาเป็นหนึ่งใน Highlight Areas ของโปรแกรมนี้ โดยเฉพาะการดูแลความชุ่มชื้น texture และริ้วเล็ก ๆ ของผิวรอบดวงตา แต่โปรแกรมไม่ได้จำกัดเฉพาะบริเวณใต้ตา
ฉีดใต้ตาแล้วทำให้ร่องใต้ตาหายไหม?
หากร่องใต้ตาเกิดจาก Volume Loss หรือโครงสร้าง Skin Booster อาจไม่ได้ทำหน้าที่เหมือน Tear Trough Filler ดังนั้นแพทย์จะประเมินก่อนว่าปัญหาหลักเป็นเรื่อง Skin Quality, Volume หรือทั้งสองส่วน
ช่วยเรื่องผิวหมองไหม?
Program นี้ถูกเลือกสำหรับการดูแล Skin Quality รวมถึงความสดใสและลักษณะผิวที่ดูเหนื่อยหรือขาดความชุ่มชื้น ผลลัพธ์แตกต่างตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
เหมาะกับคนที่ไม่อยากฉีด Filler ไหม?
ถ้าเป้าหมายคือการดูแลคุณภาพผิว โดยไม่ได้ต้องการเพิ่ม Volume หรือเปลี่ยน Shape NCTF Skin Quality Program อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนำมาปรึกษาแพทย์
หลังทำเป็นตุ่มไหม?
หลังการฉีดแบบ Intradermal สามารถมีตุ่มเล็ก ๆ จุดเข็ม รอยแดง บวม หรือรอยช้ำชั่วคราวได้ และมักค่อย ๆ ลดลงตามการฟื้นตัวของแต่ละคน
ต้องพักฟื้นนานไหม?
โดยทั่วไปเป็นโปรแกรมที่สามารถกลับไปทำกิจวัตรส่วนใหญ่ได้ค่อนข้างเร็ว แต่อาจมีรอยแดง ตุ่มหรือรอยช้ำที่มองเห็นได้ชั่วคราว จึงควรเผื่อเวลาก่อนงานสำคัญ
ทำครั้งเดียวได้ไหม?
ได้ BAC มีราคา Single Session 8,900 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองโปรแกรม หรือใช้เป็น Skin Boost ก่อนช่วงที่ต้องการดูแลผิวเป็นพิเศษ
ทำไม BAC ถึงแนะนำ 5 ครั้ง?
เพราะการทำ Full Course ช่วยให้สามารถวางแผนการดูแล Skin Quality ได้อย่างต่อเนื่อง และติดตามการเปลี่ยนแปลงของ Hydration (ความชุ่มชื้น), Texture (ความเรียบเนียนของผิว), Eye Area (บริเวณรอบดวงตา) และ Fine Lines (ริ้วรอยเล็ก ๆ) ในแต่ละช่วงได้ชัดเจนกว่าการทำเพียงครั้งเดียวค่ะ
ทำแล้วผลอยู่ตลอดไปไหม?
Skin Quality สามารถเปลี่ยนแปลงตามอายุ แสงแดด การพักผ่อน Lifestyle และ Skincare จึงควรมองโปรแกรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิว ไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วหยุดการดูแลทั้งหมด
สามารถปรึกษาแล้วทำในวันเดียวกันได้ไหม?
สามารถนัดเข้ามาปรึกษาและหากแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม สามารถวางแผนรับบริการได้ตามคิวของคลินิก
Ready for Refined Skin?
หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมที่ไม่ได้เน้นเปลี่ยนรูปหน้า แต่ต้องการดูแลความชุ่มชื้น Skin Texture, Fine Lines และบริเวณใต้ตา สามารถส่งรูปหรือแจ้งปัญหาที่กังวลให้แอดมิน BAC เพื่อช่วยจัดคิวปรึกษาได้
Bangkok Aesthetic Clinic
Sukhumvit 16 • Bangkok
LINE @bacclinic WhatsApp +66 96 092 4442 Telephone 02-003-3365สามารถส่งรูปบริเวณที่กังวลเพื่อให้แอดมินช่วยแนะนำข้อมูลเบื้องต้นได้ แผนการรักษาจริงประเมินอีกครั้งเมื่อพบแพทย์
