Subcision ตัดผังผืดหลุมสิวคืออะไร?ต้องทำกี่ครั้ง?ผลลัพธ์ถาวรไหม?
Subcision ที่ BAC Clinic: สุดยอดเทคนิค “ตัดพังผืดหลุมสิว” เผยผิวเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
หลุมสิว หรือ Acne Scars เป็นปัญหาผิวที่ฝังลึกและสร้างความกังวลใจให้กับคนไข้จำนวนมาก เพราะทำให้พื้นผิวหน้าไม่เรียบเนียน และยากต่อการแก้ไขด้วยวิธีทั่วไป BAC Clinic เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี และได้คัดเลือกวิธีการรักษาหลุมสิวที่ได้รับความนิยมสูงสุดและให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด นั่นคือเทคนิค “การตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision)” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการ “ปลดล็อก” ผิวที่ถูกยึดรั้งให้กลับมายกตัวขึ้นใหม่ พร้อมกระตุ้นกลไกการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ในบทความฉบับ BAC Clinic นี้ เราจะเจาะลึกทุกแง่มุมของการทำ Subcision ตั้งแต่หลักการทำงานแบบมืออาชีพ ประเภทของหลุมสิวที่เหมาะสม ข้อดีที่เหนือกว่า การเตรียมตัว และการดูแลตัวเองตามมาตรฐานคลินิก เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่มองหาทางออกในการ ฟื้นฟูผิวหน้าให้เรียบเนียนอย่างถาวร อีกครั้ง
Subcision คืออะไร? กลไกการ “ปลดล็อก” หลุมสิวของแพทย์ BAC Clinic
การตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) คือ เทคนิคหัตถการทางการแพทย์เฉพาะทาง ที่ใช้ในการรักษาหลุมสิวชนิดที่มีการยึดรั้งของพังผืดใต้ผิวหนัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ BAC Clinic จะใช้ เข็มปลายพิเศษ (เช่น Nokor Needle หรือเข็มทู่ Cannula) ที่ออกแบบมาเพื่อลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง สอดเข้าไปใต้ผิวหนังในชั้นหนังแท้ เพื่อทำการ “ตัดขาด” เส้นใยพังผืด (Fibrotic Bands) ที่ดึงรั้งผิวหนังให้เป็นร่องลึกลงไป
✅ เป้าหมายหลักของการทำ Subcision ที่ BAC Clinic
- ปลดปล่อยการยึดรั้ง (Release Fibrosis): เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของหลุมสิวประเภท Rolling Scar และ Boxcar Scar โดยตรง เมื่อพังผืดถูกตัดขาด ผิวหนังด้านบนที่เคยถูกดึงรั้งจะ เด้งตัว (Rebound) ขึ้นทันทีในระดับหนึ่ง
- กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (Neocollagenesis): การตัดพังผืดเป็นการสร้าง การบาดเจ็บแบบควบคุม (Controlled Trauma) ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองด้วยการซ่อมแซมแผล โดยเกิดการหลั่งสารกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน และ อีลาสติน ใหม่ (New Collagen and Elastin) เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้หลุมสิวให้ตื้นและแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หลังการทำ Subcision ผิวจะเข้าสู่กระบวนการสมานแผลและการฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งจะทำให้หลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้นและเรียบเนียนขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3-6 เดือนถัดไป

Subcision เหมาะกับหลุมสิวประเภทไหน?
การทำ Subcision เป็นเทคนิคที่เน้นการแก้ปัญหาหลุมสิวที่เกิดจากแรงดึงรั้งเป็นหลัก ซึ่งมีความเหมาะสมแตกต่างกันไปตามชนิดของหลุมสิว ดังนี้
| ประเภทหลุมสิว | ลักษณะโดยย่อ | ความเหมาะสมกับการทำ Subcision | เหตุผลจากแพทย์ BAC Clinic |
| Rolling Scar | ผิวเป็นคลื่น, ขอบไม่ชัดเจน, ร่องตื้นลึกไม่สม่ำเสมอ | ดีมาก (Gold Standard) | หลุมสิวประเภทนี้เกิดจากพังผืดดึงรั้งใต้ผิวโดยตรง การตัดพังผืดสามารถ ปลดล็อก แรงดึงได้อย่างตรงจุด ทำให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผิวเรียบเนียนและได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนจึงแนะนำให้ทำควบคู่กับ Microneedling Fractional RF (เช่น Infini) เหตุผลคือ: Infini MFR จะช่วยส่งพลังงานเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในปริมาณมากอย่างเข้มข้นตรงบริเวณที่ตัดผังผืด เพื่อ “เติมเต็ม” และเสริมความแข็งแรงให้กับหลุมสิวที่ถูกยกขึ้นมา ซึ่งเป็นการแก้ไขทั้งโครงสร้างของหลุมสิวและการฟื้นฟูคุณภาพผิวไปพร้อมกัน |
| Boxcar Scar | ขอบหลุมชัด, คล้ายวงกลม/วงรี, ความลึกระดับกลาง | ปานกลางถึงดี (ในบางกรณี) | ถ้าหลุมสิวมีพังผืดร่วมด้วยจะสามารถทำได้ แต่หากขอบหลุมแข็งและชัดมาก อาจต้อง รักษาร่วมกับการใช้เลเซอร์ หรือเทคนิคการตัดขอบหลุมเพื่อเก็บรายละเอียด |
| Ice Pick Scar | เล็ก, แคบ, ลึก, คล้ายรอยถูกเจาะ | ไม่เหมาะสม | พังผืดมีบทบาทน้อยในหลุมประเภทนี้ การทำ Subcision ไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างหลุมที่แคบและลึกถึงรูขุมขนได้ มักต้องใช้ TCA CROSS หรือ Punch Excision |
✨ ข้อดีของการทำ Subcision: ทำไม BAC Clinic จึงเลือกใช้เทคนิคนี้?
- รักษาที่ต้นตอของหลุมสิว (Root Cause Correction): เป็นการแก้ไขหลุมสิวที่เกิดจากแรงดึงรั้งของพังผืดได้ตรงจุดที่สุด ต่างจากการใช้เลเซอร์ที่มุ่งเน้นการปรับพื้นผิวภายนอกเป็นหลัก
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบถาวร: การบาดเจ็บที่เกิดจากการตัดพังผืดจะกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนชนิดใหม่ อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ค่อนข้างถาวร
- สามารถทำร่วมกับเทคนิคอื่นได้ (Combination Therapy): Subcision เป็นหัตถการพื้นฐานที่สามารถทำร่วมกับ Filler (เพื่อเติมเต็มช่องว่างทันที), Picosecond Laser หรือ Fractional Microneedle RF (เพื่อกระตุ้นผิวและปรับ Texture) ได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาแบบ Total Solution ที่ BAC Clinic เน้นย้ำ
- ความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ มีรอยแผลเล็กมาก และมีความเสี่ยงต่ำเมื่อแพทย์มีความชำนาญในการควบคุมความลึกและทิศทางของเข็ม
⚠️ ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
แม้ว่า Subcision จะปลอดภัย แต่เนื่องจากเป็นการใช้เข็มเพื่อตัดพังผืดใต้ผิว จึงมีข้อควรระวังและผลข้างเคียงชั่วคราวที่คนไข้ควรทราบ:
- รอยช้ำ (Bruising) และอาการบวม: เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุด เนื่องจากมีการกระทบกระเทือนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ใต้ผิวหนัง รอยช้ำจะจางหายไปเองภายใน 7-14 วัน
- การติดเชื้อ (Infection): พบได้น้อยมาก หากมีการเตรียมผิวและดูแลแผลหลังทำอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของคลินิก
- ก้อนเลือดใต้ผิวหนัง (Hematoma): อาจเกิดขึ้นได้หากมีเลือดออกมากใต้ผิวหนัง แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลหรืออาจต้องมีการจัดการเพิ่มเติมหากก้อนเลือดมีขนาดใหญ่
- รอยแผลเป็นใหม่: ความเสี่ยงต่ำมากหากทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ แต่คนไข้ที่มีประวัติเป็น คีลอยด์ (Keloid) ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการรักษาทุกครั้ง
📝 การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองตามมาตรฐาน BAC Clinic
1. ก่อนทำ Subcision (หัตถการตัดผังผืดหลุมสิว) (Pre-Procedure)
- ปรึกษาแพทย์: เข้ารับการประเมินสภาพหลุมสิวอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาและระบุตำแหน่งของพังผืด
- หยุดยาที่ทำให้เลือดออกง่าย: งดใช้ยาแอสไพริน, ไอบูโพรเฟน (NSAIDs), น้ำมันปลา หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 7-10 วัน ก่อนทำหัตถการ (ต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนหยุดยา)
2. หลังทำ Subcision (หัตถการตัดผังผืดหลุมสิว)(Post-Procedure)
- ประคบเย็น: ประคบเย็นทันทีหลังทำ และทำต่อเนื่องวันละ 3-4 ครั้ง ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส/กดนวด: งดการนวดหน้า การกดสิว หรือการสัมผัสใบหน้าแรงๆ บริเวณที่ทำ อย่างน้อย 7-10 วัน
- ป้องกันแสงแดด: สำคัญที่สุด! ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดโดยตรงในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันรอยดำหลังทำ
- ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน: ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว (PH Balance) และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นสูงตามคำแนะนำของแพทย์
- งดกิจกรรมหนัก: งดการออกกำลังกายหนักๆ การเข้าซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมากเกินไป อย่างน้อย 3-5 วัน
ต้องทำ Subcision กี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
การทำ Subcision เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยเวลาเพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่มาเติมเต็ม การเห็นผลจึงเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่อง
- จำนวนครั้งโดยทั่วไป: แพทย์ BAC Clinic มักแนะนำให้ทำ ประมาณ 2-4 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ขึ้นอยู่กับความลึกและจำนวนของหลุมสิว รวมถึงการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล
- ระยะห่างในการทำซ้ำ: ควรเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ ต่อครั้ง เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ก่อนการทำครั้งถัดไป
- การประเมินผล: คนไข้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดในช่วง 3-6 เดือน หลังการรักษาครั้งสุดท้าย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่คอลลาเจนถูกสร้างอย่างสมบูรณ์
การทำ Subcision (หัตถการตัดผังผืดหลุมสิว)แบบองค์รวม (Combination Treatment) ที่ BAC Clinic
ที่ BAC Clinic เราไม่เชื่อในการรักษาด้วยวิธีเดียว แต่เราเน้นย้ำถึงการ รักษาแบบผสมผสาน เพื่อผลลัพธ์ที่เร็วและดีที่สุด แพทย์มักแนะนำให้ทำ Subcision (หัตถการตัดผังผืดหลุมสิว) ร่วมกับหัตถการเสริมทันทีเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ถูกตัด:
1. Subcision + Collagen Biostimulator / Filler: (ยกระดับฐานหลุมทันทีและถาวร) เป็นการจับคู่ที่ดีที่สุด! ทันทีที่ตัดพังผืด แพทย์จะฉีดสารเติมเต็ม (Filler) หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) เข้าไปในช่องว่างใต้หลุมสิว เพื่อ:
- พยุง (Support): ฐานหลุมสิวให้ยกตัวขึ้นทันที และไม่ให้พังผืดกลับมายึดซ้ำ
- กระตุ้น (Biostimulation): การสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่ให้เกิดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว
2. Subcision + Rejuran S / Rejuran Healer: (ฟื้นฟูโครงสร้างและคุณภาพผิว) เป็นการรักษาที่เน้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูถึงระดับเซลล์ แพทย์จะพิจารณาใช้:
- Rejuran S: (แนะนำสำหรับหลุมสิวโดยเฉพาะ) มีความเข้มข้นและความหนืดสูง เหมาะกับการฉีดใต้ฐานหลุมสิวที่ตัดแล้ว เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของผิวชั้นแท้ และเร่งกลไกการซ่อมแซมแผลตามธรรมชาติ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างมีคุณภาพ
- Rejuran Healer: ใช้ฉีดเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมรอบๆ บริเวณหลุมสิว ให้ผิวแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
3. Subcision + Infini MFR/Pico Laser : (เก็บรายละเอียดผิวและปรับ Texture) หลังจากผิวฟื้นตัวจากการตัดพังผืดแล้ว เลเซอร์และเครื่องมือจะเข้ามาช่วยในขั้นตอนการปรับพื้นผิว (Remodeling):
- Infini MFR (Fractional RF Microneedle): ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุส่งผ่านเข็มเล็กๆ ลงสู่ผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและ “กระชับ” ผนังหลุมสิวไปพร้อมกัน
- Picosecond Laser: เข้ามาช่วย “เก็บรายละเอียด” พื้นผิวชั้นบน ลดรอยดำรอยแดง และปรับให้ผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ
Subcision + Infini MFR + Rejuran S: โปรแกรมกู้ผิวระดับสูงสุด (Total Scar Solution) โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาสำหรับหลุมสิวลึกและฝังแน่นที่ต้องการการฟื้นฟูแบบองค์รวมในทุกมิติ:
- Release (Subcision): ตัดพังผืดที่ดึงรั้งหลุมออก
- Replace & Rejuvenate (Rejuran S): เติมสาร PN เพื่อซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อผิวให้แข็งแรงจากภายใน
- Remodel & Refine (Infini MFR): ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงปรับโครงสร้างคอลลาเจนให้แน่นขึ้นและปรับพื้นผิวให้เรียบเนียนที่สุด
ตารางสรุปเบื้องต้น การทำ Subcision ตัดผังผืดหลุมสิวที่ BAC Clinic
| โปรแกรมการรักษา | กลไกหลัก | จุดเด่นของผลลัพธ์ |
| Subcision + Filler / Biostimulator | Release & Support | ยกระดับฐานหลุมทันที และใช้สารเติมเต็มค้ำยันไม่ให้พังผืดกลับมายึดซ้ำ พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว |
| Subcision + Rejuran S / Healer | Release & Rejuvenate | ฟื้นฟูโครงสร้างผิวถึงระดับเซลล์ โดยใช้ Rejuran S (Polynucleotide สำหรับหลุมสิวโดยเฉพาะ) ฉีดใต้หลุมสิวที่ตัดแล้ว เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและความยืดหยุ่นของผิวชั้นแท้ |
| Subcision + Infini MFR/Pico Laser / | Release & Refine | เก็บรายละเอียดพื้นผิว หลังจากฐานหลุมยกตัวแล้ว โดยใช้ Infini MFR (Fractional RF Microneedle) กระตุ้นและ กระชับผนังหลุม อย่างล้ำลึก หรือใช้ Pico Laser ปรับให้ผิวเรียบเนียน สม่ำเสมอ |
| 🔥 Total Scar Solution (Subcision + Infini + Rejuran S) | Release, Rejuvenate & Remodel | โปรแกรมกู้ผิวระดับสูงสุด สำหรับหลุมสิวลึกและฝังแน่น แก้ปัญหาครบทุกมิติ: ตัดพังผืด, เติมสารซ่อมแซม Rejuran S และปรับโครงสร้างผิวด้วย Infini MFR |
Subcision เจ็บไหม? และข้อดี-ข้อจำกัดที่ควรทราบ
A. ความรู้สึกระหว่างทำและการพักฟื้น
- ความเจ็บปวด: ก่อนเริ่มหัตถการ แพทย์จะใช้ ยาชาเฉพาะที่ อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย หรือรู้สึกแค่แรงตึง ๆ ขณะที่แพทย์ทำการเซาะพังผืด
- ระยะพักฟื้น: เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ หลังทำอาจมีอาการบวมและรอยช้ำ (ส่วนใหญ่เป็นรอยช้ำสีม่วง) ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการทำลายเส้นเลือดฝอยใต้ผิว รอยช้ำและบวมจะหายไปเอง
ระยะเวลาบวมหลังทำ Subcision
วันแรก–วันที่ 3: จะมีอาการ บวมและช้ำเล็กน้อย โดยเฉพาะบริเวณแก้มและคาง (จุดที่มีการตัดพังผืดมาก)
สามารถประคบเย็นใน 24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวมได้ และแต่งหน้าบางๆหลังครบ 24 ชั่วโมงหรือรูเข็มปิด
วันที่ 4–7: อาการบวมจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด
หลัง 7 วัน: โดยทั่วไปจะกลับมาดูปกติ สามารถแต่งหน้าและใช้สกินแคร์ได้ตามปกติ
B. ข้อจำกัดและข้อควรระวังสำคัญ
- ความเสี่ยงต่อรอยช้ำ/บวม: เป็นผลข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงได้ยากที่สุด แต่สามารถลดลงได้ด้วยการประคบเย็นและการหลีกเลี่ยงยาที่มีผลต่อเลือดก่อนทำ
- ไม่เหมาะกับหลุม Ice Pick: Subcision ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาหลุมประเภทนี้โดยตรง
- ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ/แผลเป็นใหม่ (พบน้อยมาก): ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นหากทำโดยผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ หรือไม่รักษาความสะอาดหลังทำอย่างเคร่งครัด
ที่ BAC Clinic เราใช้เทคนิคเฉพาะและเข็มปลายทู่ (Blunt Cannula) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่าเข็มคมแบบเดิม เพราะช่วยลดการบาดเจ็บต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดรอยช้ำน้อยลง และฟื้นตัวได้เร็วกว่า
สรุป: Subcision (หัตถการตัดผังผืดหลุมสิว) ที่ BAC Clinic “ฟื้นฟูผิวจากภายใน”
การตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) ที่ BAC Clinic คือทางออกสำหรับผู้ที่มีปัญหา หลุมสิวลึก โดยเฉพาะ Rolling Scar และ Boxcar Scar เพราะเป็นการรักษาที่เข้าไปแก้ไขปัญหา “พังผืดยึดรั้ง” ซึ่งเป็นต้นเหตุของหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ยังเป็นเทคนิคที่ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ได้อย่างยาวนานและเป็นธรรมชาติ
BAC Clinic มุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจด้วยการทำหัตถการโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์สูงในการใช้เข็มปลายพิเศษ และการวางแผนการรักษาแบบ Combination Therapy ที่ปรับให้เหมาะสมกับผิวของคนไข้แต่ละราย เพื่อ ฟื้นคืนความเรียบเนียนและความมั่นใจ ให้กับผิวหน้าของท่านได้อย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ของการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล
BAC Clinic ได้รับการจัดอันดับเป็นคลินิก Subcision ตัดผังผืดหลุมสิวอันดับ 1
อยากปรึกษาเรื่องหลุมสิวลึก?
BAC Clinic ยินดีให้คำปรึกษาและวิเคราะห์สภาพหลุมสิวของคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรม Subcision และนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เลยที่ LINE: @bacclinic
